• charintip netiboonyanon

อย่าปล่อยให้ชีวิตคู่พัง เพราะเรื่องเงิน


ผมคิดว่าพวกเราน่าจะทราบกันดี ว่า #สถิติการหย่าร้างอันดับต้นๆ ของเรา หนึ่งในนั้น คือ “เรื่องเงิน”


#ตอนเป็นแฟนกัน เงินใคร เงินมัน ใช้จ่ายแยกกระเป๋า ภาระใครก็ของคนนั้น บางคู่อาจจะออมร่วมกันบ้าง ผลัดกันจ่ายบ้าง แต่ส่วนใหญ่ของเรื่องเงิน ยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป


#แต่พอแต่งงานแล้ว หลายบ้านจัดการกันไม่ลงตัว ถึงขั้นชีวิตคู่พังได้เลยนะครับ เพราะเรื่องเงิน มันเคยเป็น “เรื่องของฉัน” มันยังไม่เคยเป็น “เรื่องของเรา”


เรื่องพวกนี้ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้ทุกคู่ได้ เปิดใจ พูดคุยกันตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เพื่อลดแรงเสียดทานเวลาที่อีกฝ่ายต้องมารู้ “วีรกรรม” ส่วนตัวกันทีหลัง


บางคนฉากหน้าดูดีมาก ใช้เงินสบายใจ อยากได้ อยากเที่ยว พากันไปเหมือนไม่เคยมีปัญหา อีกฝ่ายก็เข้าใจว่าแฟนอยู่ในจุดที่ จัดการเรื่องเงินได้ดี หารู้ไม่ หนี้บานตะไท แอบกุมขมับทุกเดือน


#ผมขอให้คำแนะนำแบบนี้ครับ สำหรับคู่ที่กำลังจะแต่งงาน หรือ แต่งงานแล้ว แต่อยากจัดการเรื่องเงินได้ดีขึ้น


#1สารภาพกันให้สิ้น คำนี้ดูรุนแรง แต่ที่จริงๆ ผมต้องการให้ทุกๆคน เปิดใจพูดคุยเรื่องสถานะการเงิน รายได้ หนี้สิน ทรัพย์สิน และ มุมมองในการจัดการเรื่องเงินของตัวเอง กับคู่ของคุณครับ เปิดอกคุยกันให้เคลียร์


คุยก่อนแต่งงานได้ยิ่ง แต่ถ้าแต่งไปแล้วยังไม่เคยคุย ก็เริ่มได้ครับ อย่ารอให้ถึงวันที่มีปัญหาการเงินมารบกวน #สิ่งสำคัญคืออย่าต่อว่าอีกฝ่าย เปิดใจพูดคุย ก็ต้องเปิดใจรับฟังกันครับ หากอยู่ในสถานะมีปัญหา จะได้หาทางแก้ไข


**บางคนแค่จุดนี้ก็ทะเลาะกันแล้วครับ**


#2จัดการปัจจุบัน เมื่อเราสารภาพเรื่องอดีตกันมาหมดแล้ว ถึงเวลาต้องมาจัดการปัจจุบันกันแล้วครับ ตกลงกันให้ชัดเจน แบ่งสถานะของการเงินในครอบครัวและความรับผิดชอบให้ชัดครับ


การแบ่งแยกค่าใช้จ่าย อาจะแบ่งให้ชัดแบบนี้ก็ได้ครับ เช่น


#ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

1. ค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินก้อนใหญ่ เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเทอม ค่าประกัน

2. ค่าใช้จ่ายย่อยภายในบ้าน เช่น ของกิน ของใช้ จิปาฐะ ค่าน้ำ ค่าไฟ

3. ค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ใช้ร่วมกัน เช่นต่อเติมบ้าน, ทริปเที่ยวครอบครัว, โฮมเทียร์เตอร์ชุดใหม่

4. เงินออมฉุกเฉินส่วนกลาง ถือเป็นค่าใช้จ่ายด้วยนะครับ


*โดยส่วนใหญ่ที่ทำกัน* คือ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ละฝ่ายก็รับผิดชอบกันเอง ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลางแบ่งตามมูลค่ามากหรือน้อย เทียบกับคนที่มีรายได้สูงกว่าก็อาจจะออกมากกว่า


#3วางแผนอนาคตร่วมกัน สารภาพอดีตแล้ว จัดวางปัจจุบันแล้ว ถึงเวลาต้องคุยเรื่องอนาคตแล้วครับ ซึ่งแต่ละคู่ก็มีเป้าหมายต่างกัน คุยกันให้เรียบร้อยครับ


เช่น จะมีลูกหรือไม่? มีกี่คน? ถ้าได้คำตอบแล้ว หาข้อมูลค่าใช้จ่าย หรือวางแผนการศึกษาบุตรต่อไปเลยครับ


หรือ ถ้าไม่มีลูก ในระยะยาวมีแผนเกษียณรองรับไว้ยังไง มีการแนวทางการลงทุนเพื่ออนาคตหรือไม่ คุยกันให้เคลียร์ครับ


พอเราสามารถแยกเรื่องเงินที่เป็น อดีต ปัจจุบัน อนาคต ออกมาได้แล้ว เหลือแค่ ความเข้าใจกัน การเปิดใจรับฟัง การให้เกียรติอีกฝ่ายเท่านั้นแล้วครับ ที่จะบอกว่า การคุยเรื่องเงินของคุณทั้งคู่ไปรอดหรือไม่?


#ส่วนของผม ผมไม่คุยครับ บอกเลย เสียเวลา...

กดโอนให้ภรรยาจัดการทั้งหมดครับ ง่ายดี


#วิธีนี้ก็เอาไปใช้ได้ครับ 55

2 views0 comments