• Mongkol Lu

กองทุนรวม ... ก้าวแรกของการลงทุนในหุ้น

หากคุณเป็นคนประเภทอยากลงทุนแต่ไม่มีความรู้ หรือไม่ชำนาญ

อยากลงทุนแต่มีเงินไม่มากนัก

อยากลงทุนแต่ไม่มีเวลาติดตาม

เริ่มจากการลงทุนมนกองทุนรวมดีไหมครับ

กองทุนรวมมีหลายประเภท

มีกองทุนรวมแบบไหนไหมหล่ะที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดี

เหมือนหรือคล้ายลงทุนในหุ้น แต่มีความเสี่ยงน้อยกว่า

มีครับ ก็กองทุนหุ้นไง ผมไม่ได้กวนนะจริงๆ

มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ เป้นข้อมูลเปรียบเทียบการลงทุนในหุ้นรายตัว

กับกองทุนหุ้น โดยไม่รวม LTF ,RMF ของบ้านเรา

หลังวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ปี2551 ถึง เดือนมีนาคม 2556

พบว่า ทั้งตลาดมีหุ้น 452 ตัว มีหุ้นที่ผลตอบแทนติดลบ 38ตัว

ในขณะที่กองทุนหุ้นมี 103ตัว แต่ไม่มีกองทุนหุ้นตัวใดมีผลตอบแทนติดลบในขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ยใกล้เคียงกันคือ หุ้นรายตัวมีผลตอบแทนเฉลี่ย 38.47% และกองทุนหุ้นมีผลตอบแทนเฉลี่ย 37.32%

ถึงตรงนี้กองทุนหุ้นน่าสนใจใช่ไหมครับ

เรามาทำความรู้จักกองทุนหุ้นกัน

กองทุนหุ้น ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “กองทุนตราสารทุน (Equity Fund)” คือกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุน ในตราสารทุนประเภทต่างๆ

ได้แก่ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์

รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นๆ

โดยสัดส่วนของการลงทุนต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด คือต้องลงทุนในตลาดทุนไม่น้อยกว่า 65%

ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

และเงินส่วนที่เหลืออาจจะนำไปใช้ลงทุนในสินค้าอื่นๆ ก็ได้

กองทุนรวมประเภทนี้ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง เนื่องจากเป็นการนำเงินไปลงทุนในตราสารทุน

ซึ่งมีความผันผวนของราคาที่ค่อนข้างสูง

แต่ก็ให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงด้วยเช่นกัน

ซึ่งโดยทั่วไป กองทุนตราสารทุน

จะมีนโยบายการลงทุนหลักๆ อยู่ 2 ประเภท คือ

1.กองทุนที่เน้นเอาชนะผลตอบแทนตลาด (Active Fund)

เช่น ถ้าปีนั้นตลาดหุ้นสร้างผลตอบแทนได้ 10%

กองทุนนั้นต้องมีผลตอบแทนมากกว่า 10%

ข้อดีก็คือ ถ้ามีผู้จัดการกองทุนที่เก่ง มองการณ์ไกลมาบริหารกองทุน

และยังมีความยืดหยุ่นที่จะปรับพอร์ตในการลงทุน

ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจได้

แต่ข้อเสียก็คือ ถ้าผู้จัดการกองทุนไม่เก่ง

ผลตอบแทนก็อาจจะแย่กว่าตลาดไปเลยก็ได้

2.กองทุนประเภทสร้างผลตอบแทนตามดัชนี (Passive Fund)

เช่น ถ้าปีนั้นตลาดหุ้นสร้างผลตอบแทนได้ 10%

กองทุนนั้นต้องพยายามทำผลตอบแทนของกองทุนให้ได้เท่ากับตลาดด้วย

ข้อดีคือ ค่าใช้จ่ายของกองทุนจะต่ำกว่า Active Fund

เพราะไม่ต้องใช้นักวิเคราะห์หรือผู้จัดการกองทุนในการบริหาร

แต่ข้อเสียก็คือ ถ้าเศรษฐกิจเกิดชะลอตัว

ก็ยังคงต้องลงทุนในหุ้นทั้ง 100% อยู่

จะลดหรือเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้

ทำให้ผลตอบแทนก็ตกไปตามตลาด

หากเป็นประเภทผลตอบแทนก็อยากได้นะ

แต่ใจก็ไม่ค่อยถึง ไม่ค่อยกล้าเสี่ยงเท่าไหร่

เลือกกองทุนแบบไหนดี เลือกกองทุนรวมแบบนี้เลยครับ

กองทุนรวมผสม (Balanced Fund)

คือกองทุนที่ลงทุนทั้งในตราสารทุน, ตราสารหนี้ หรือตราสารอื่นๆ

แต่ต้องมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนในขณะใดขณะหนึ่ง

ไม่น้อยกว่า 25% และไม่เกินกว่า 65%

การลงทุนในกองทุนแบบนี้ จะมีความเสี่ยงหลากหลาย

ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการลงทุน ระหว่างตราสารทั้งสองประเภท

ที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 แบบครับ

1.แบบที่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทั้งสองประเภทไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะมีสัดส่วนสูงสุดได้ไม่เกิน 65%

2.แบบไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทั้งสองประเภท

หรือที่เรียกว่า กองทุนรวมผสมแบบยืดหยุ่น

โดยการลงทุนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดการกองทุน

ว่าในช่วงเวลานี้จะลงทุนในสัดส่วนของตราสารแต่ละระเภทอย่างไร

กองทุนประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง

เห็นไหมครับหากคุณอยากลงทุนในหุ้น

อยากมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่ดี

แต่คุณก็รู้จักตัวเองดีพอว่าคุณยังไม่เหมาะกับการลงทุนในหุ้นรายตัว

ในตลาดมีเครื่องมือการลงทุนที่ตรงกับเราแน่นอน เช่นกองทุนหุ้นครับ


5 views

© 2020 by Mongkol Lusamlit