• Mongkol Lu

คุณรับมือเรื่องนี้ได้ดีแค่ไหน

ยินดีด้วยนะครับที่คุณหาเงินก็เก่ง เก็บเงินก็อยู่ ลงทุนก็เป็น

แหมเป็นไปตามสูตรของคนที่จะมั่งคั่งร่ำรวยเลย

แต่ในเช้าวันหนึ่งคุณพบว่าคุณเจ็บหน้าอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เริ่มหายใจไม่ออก วูบและหมดสติ

คุณถูกส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

หมอตรวจพบว่าเส้นเลือดที่เลี้ยงหัวใจอุดตัน

ต้องได้รับการผ่าตัดรักษาโดยด่วน

ครอบครัวคุณตัดสินใจรักษาทันทีด้วยเงินเก็บที่คุณมีอยู่

คุณว่าหลังจากนั้นชีวิตคุณจะเป็นเช่นไรครับ

มีใครรับรองได้ไหมครับว่าชีวิตนี้จะไม่เจ็บ จะไม่ป่วย

แล้วหากต้องเจ็บป่วย โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง

เช่นมะเร็ง โรคหัวใจ โรคทางสมอง หรือมีแต่การพิการทุพพลภาพ

จะมีเงินรักษาและดูแลตัวเองเพียงพอ

ในวันที่แข็งแรงทำงานได้คนหลายๆคนมุ่งเน้น

การเก็บออมและลงทุนให้เงินงอกเงย

แต่เมื่อวันที่โชคร้ายต้องเจ็บป่วยร้ายแรงขึ้นมา

สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือรายได้ลดลงเพราะทำงานไม่ได้เหมือนเดิม

แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้น

และเมื่อถึงจุดที่รายจ่ายเริ่มสูงกว่ารายได้

จุดนั้นการวางแผนการเงินตามหลักสากลเรียกว่า

"จุดวิกฤติทางเศรษศาสตร์ส่วนบุคคล"

หรือ "Personal Economic Crisis"

คุณต้องเริ่มถอนเงินเก็บที่คุณมีมาดูแลตัวเอง

"ชีวิตคุณจะเป็นอย่างไรด้วยเงินเก็บที่คุณมีอยู่"

และที่หนักกว่านั้นหากเงินเก็บที่คุณมีไม่เพียงพอ

ชีวิตที่ต้องรักษาหากเจ็บป่วยจะเป็นเช่นไร

บางคนอาจบอกผมว่า

เค้าอาจไม่โชคร้ายอย่างนั้นหรอก

เค้าแข็งแรง ดูแลตัวเอง และออกกำลังกายเป็นประจำ

แต่คุณเคยเห็นคนที่เป็นแบบนั้นป่วยแบบนั้นป่วยบ้างไหมหล่ะ

และมีใครรับรองได้ไหมว่าคนที่เป็นอย่างนั้นจะไม่เป็น

บางคนบอกผมว่า

ไม่เป็นไรที่ทำงานมีประกันสุขภาพหรือสวัสดิการดี

ผมอยากจะถามว่า

คุณมั่นใจไหมครับว่าสวัสดิการที่คุณมีอยู่

จะเพียงพอหากถึงวันต้องใช้ขึ้นมา

และคุณมั่นใจไหมครับว่าสวัสดิการเหล่านั้น

จะมีอยู่หากคุณต้องออกจากงาน

วิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการเรื่องนี้คือ

การโอนย้ายความเสี่ยงหรือTransfer Risk

โดยการยอมเจียดเงินก้อนเล็กๆ

เพื่อเป็นค่าเบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง

ที่ผมมั่นใจว่าคุณจะจ่ายได้ง่ายกว่า

การจ่ายค่ารักษาและการสูญเสียรายได้หากเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง

ยอมจ่ายเงินก้อนเล็กเพื่อซื้อเงินก้อนใหญ่

นี่คือวิธีรับมือง่ายๆของผู้ไม่ประมาทครับ

ขอบคุณภาพประกอบดีๆ

จากเวทีนักวางแผนการเงินระดับโลก MDRT 2015 ครับ


3 views

© 2020 by Mongkol Lusamlit